วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

DTS04-14/07/2009

สรุปset และ string มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ โครงสร้างข้อมูลแบบเซ็ตและโครงสร้างข้อมูลแบบสตริงโครงสร้างข้อมูลแบบเซ็ต เป็นโครงสร้างข้อมูลที่ข้อมูลแต่ละตัวไม่มีความสัมพันธ์กันในภาษาซีจะไม่มีประเภทข้อมูลแบบเซ็ตนี้เหมือนกับในภาษาปาสคาลแต่สามารถใช้หลักการของการดำเนินงานแบบเซ็ตมาใช้ได้โครงสร้างข้อมูลแบบสตริงสตริง (String) หรือ สตริงของอักขระ (Character String) เป็นข้อมูลที่ประกอบไปด้วยตัวอักษร ตัวเลขหรือเครื่องหมายเรียงติดต่อกันไป รวมทั้งช่องว่างการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับข้อมูลที่เป็นสตริงมีการนำไปใช้สร้างโปรแกรมประเภทบรรณาการข้อความหรือโปรแกรมประเภทประมวลผลการกำหนดสตริง

การกำหนดสตริงทำได้หลายแบบ

1. กำหนดเป็นสตริงที่มีค่าคงตัว

2. กำหนดโดยใช้ตัวแปรอะเรย์หรือพอยเตอร์

การกำหนดตัวแปรสตริงในการกำหนดตัวแปรของสตริง อาศัยหลักการของอะเรย์เพราะสตริงคืออะเรยืของอักขระที่ปิดท้ายด้วย null character (\0)และมีฟังชันพิเศษสำหรับทำงานกับสตริงโดยเฉพาะอะเรย์ของสตริงถ้าหากมีสตริงจำนวนมาก ก็ควรจะทำให้เป็นอะเรย์ของสตริง เพื่อที่จะเขียนโปรแกรมได้สะดวกการสร้างอะเรย์ของสตริง สามารถสร้างได้ทั้งแบบที่ให้ค่าเริ่มต้นและแบบที่กำหนดเป็นตัวแปรฟังก์ชัน puts () ใช้ในการพิมพ์สตริงออกทางจอภาพโดยการผ่านค่าแอดเดรสของสตริงไปให้เท่านั้น ข้อสังเกต การกำหนดอะเรย์ของสตริงในลักษณะอย่างนี้ ไม่ใช่อะเรย์ที่แท้จริงตามหลักการของอะเรย์ เนื่องจากขนาดของช่องในอะเรย์ไม่เท่ากัน แต่อนุโลมให้ถือว่าเป็นอะเรย์การดำเนินการเกี่ยวกับสตริงในการดำเนินการเกี่ยวกับสตริง จะมีฟังก์ชันที่อยู่ในแฟ้ม ข้อมูล stdio.hเก็บอยู่ใน C Libraly อยู่แล้วสามารถนำมาใช้ได้ โดยการใช้คำสั่ง #include ในการเรียกใช้ เช่น- ฟังก์ชัน strlen(str) ใช้หาความยาวของสตริง- ฟังก์ชัน strcpy(str1,str2) ใช้คัดลอกข้อมูลจาก string หนึ่งไปยังอีก string หนึ่ง- ฟังก์ชัน strcat(str1,str2) ใช้เชื่อมต่อข้อความ 2 ข้อความเข้าด้วยกัน- ฟังก์ชัน strcmp(str1,str2) ใช้เปรียบเทียบข้อความ 2 ข้อความว่ามีค่าเท่ากันหรือไม่ถือหลักการเปรียบเทียบแบบพจนานุกรม

#include"iostream.h"

int main()

{

cout <<>

cout << " ### Hello my friend ! ###";

cout <<>

cout << " How are you?" <<>

cout << " I'm fine thanks."<<>

cout << " I'm a programer.";

cout <<>

cout <<>

cout << " Bye bye";


return 0;

}

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

DTS03-30/06/2009

สิ่งที่ได้จากการเรียนอาทิตย์นี้
ทำให้เรารู้ว่าตัวแปรอาเรย์สามารถเก็บข้อมูลหลายๆข้อมูลไว้ได้โดยไม่ต้องใช้ตัวแปรหลายตัว เช่นถ้าต้องการเก็บอายุของเพื่อนทั้ง 20 คน ถ้าเราใช้ตัวแปรแบบ int เราจะต้องประกาศตัวแปร age1, age2, age3,.....,age20 ให้เป็นแบบ int ซึ่งเป็นการประกาศตัวแปรถึง 20 ตัวด้วยกัน แต่ถ้าใช้อาเรย์เราประกาศตัวแปร age ให้เป็นอาเรย์แบบ int เพียงตัวเดียวก็สามารถเก็บค่าทั้ง 20 ค่าได้แล้ว
และทำให้ได้รู้และเข้าใจเกี่ยวกับ structure มากขึ้นว่าสามารถกำหนดให้ตัวแปรอื่น ๆ มีโครงสร้างข้อมูลเหมือนกับ structure ที่ประกาศไว้ได้โดยใช้คำสั่ง struct
รูปแบบ
struct struc-name struc-variable;
ถ้ามีหลายตัวแปรจะคั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า ( ,)

สิ่งที่อยากทราบเพิ่มเติม
ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าระหว่าง array กับ Pointer นั้นเก็บค่าไว้ตรงไหนและการเก็บค่านั้นต่างกันอย่างไร คิดว่าคงต้องอ่านทบทวนเพิ่มเติมค่ะ

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

DTS02-23/06/2009

#include
void main()
{
struct address{
int number_address;
char district[30];
char amphur[30];
char province[30];
int code;
char road[30];
char country[30];
char nearly_province [30];
}student;
printf("My_address\n");
printf("=============================\n");
printf("My number address is :");
scanf("%d",&student.number_address);
printf("\nMy district is :");
scanf("%s",&student.district);
printf("\nMy amphur is");
scanf("%s",&student.amphur);
printf("\nMy province is:");
scanf("%s",&student.province);
printf("\nMy code is :");
scanf("%d",&student.code);
printf("\nMy road is:") ;
scanf("%s",&student.road);
printf("\nMy country is:");
scanf("%s",&student.country);
printf("\nMy nearly_province is:");
scanf("%s", &student.nearly_province);
printf("=============================\n");
printf("My number address is %d\n",student.number_address);
printf("My district is %s\n",student.district);
printf("My amphur is %s\n",student.amphur);
printf("My province is %s\n",student.province);
printf("My code is %d\n",student.code);
printf("My road is %s\n",student.road);
printf("My country is %s\n",student.country);
printf("My nearly_province %s\n",student.nearly_province);
}
สิ่งที่ได้จากเรียน Data structures ก็คือทำให้เข้าใจความหมายของโครงสร้างข้อมูลมากยิ่งขึ้นว่าโครงสร้างข้อมูลนั้นแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล ซึ่งแบ่งเป็น 4 แบบได้แก่
1.โครงสร้างข้อมูลแบบเซต (set)
2.โครงสร้างแบบเชิงเส้น (linear)
3.โครงสร้างแบบต้นไม้หรือแบบลำดับขั้น (tree or hierarchical)
4.โครงสร้างแบบกราฟหรือเครือข่าย (graph or network)

ส่วนการเรียนเรื่อง Algorithm นั้นทำให้เข้าใจว่าอัลกอรึทึมเป็นกระบวนการแก้ปัญหาที่สามารถเข้าใจได้ มีลำดับหรือวิธีการในการแก้ไขปัญหาใดปัญหาหนึ่งอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและชัดเจน เมื่อนำเข้าอะไร แล้วจะต้องได้ผลลัพธ์เช่นไร แต่เวลาลงมือเขียนจะยังไม่ค่อยเป็นเท่าไรเพราะว่ายังไม่ค่อยรู้ว่าการทำงานแบบวนซ้ำนั้นต้องใช้ในกรณีใดบ้าง

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ประวัติ

นางสาวนพวรรณ คำมณี รหัสประจำตัว 50132792015

Miss.Noppawan Kummanee

หลักสูตร บริหารธุรกิจ ( คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ) คณะวิทยาการจัดการ

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

E-mail:U50132792015@gmail.com